Starbuck

Only available on StudyMode
  • Download(s) : 291
  • Published : March 3, 2009
Open Document
Text Preview
Executive Summary

Starbucks เป็นที่รู้จักมาเกือบ 40 ปี มีผู้รู้ได้แต่งหนังสือเกี่ยวกับความสำเร็จของ Starbucks มากมาย เกิดการวิเคราะห์ Model ความสำเร็จของ Starbucks อย่างกว้างขวางและหลายๆธุรกิจพยายามที่จะใช้เป็นแนวทางในการสร้างความสำเร็จของธุรกิจของตนเอง การสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่ยาก แต่การจะรักษาธุรกิจให้คงอยู่ และสามารถดำเนินธุรกิจได้ในระยะยาวเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า ซึ่ง Starbucks ก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้อยู่ การกลับมารับตำแหน่ง CEO อีกครั้งของ Mr.Schultz CEO คนปัจจุบัน ซึ่งได้ประกาศเมื่อสิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่าจะทำการเปิด Starbucks ให้น้อยลง จากในอดีตที่เปิดอยู่ประมาณห้าร้านต่อวัน จะลดเหลือเพียงแค่สามร้านต่อวัน รวมทั้งปิด Starbucks อีกร้อยกว่าแห่งในอเมริกาที่ผลประกอบไม่ได้ โดยทั้งหมดนี้หวังว่าจะทำให้ลูกค้าอเมริกันชนกลับเข้ามานั่งใน Starbucks มากขึ้น นอกจากปัญหาของการสูญเสียความโดดเด่นที่เคยมีแล้ว Starbucks ยังเผชิญกับคู่แข่งขันและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นกว่าในอดีต เนื่องจาก Barrier of entry ที่ลดลงทำให้ปัจจุบันธุรกิจร้านกาแฟมีคู่แข่งที่เป็นรายใหม่มากขึ้น ยังไม่รวมถึงคู่แข่งเดิมที่มีอยู่แล้ว คู่แข่งแต่ละรายก็พยายามที่จะสร้างความแตกต่างให้กับตัวเอง, ตัวผลิตภัณฑ์และบรรยากาศในรูปแบบใหม่ๆ McDonald และ Dunkin' Donuts ก็เริ่มขยายธุรกิจด้านนี้ของตนเอง เพื่อเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดของ Starbucks มากขึ้น ด้วยการออกผลิตภัณฑ์กาแฟระดับพรีเมี่ยมมาเป็นอีกทางเลือกในการให้บริการลูกค้า อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้นอกจากการภาวะการแข่งขันที่รุนแรงแล้ว ก็คือสภาวะเศรษฐกิจถดถอยโดยเฉพาะในอเมริกา ที่ผู้บริโภคจะเริ่มตระหนักกับการสั่งกาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทมานั่งดื่ม

กลยุทธ์ที่ทำให้ Starbucks ประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่เน้นการดูแล Supplier หรือชาวสวนกาแฟ โดยการรับซื้อกาแฟในราคาที่สูง ซึ่งทำให้ต้นทุนสูง ส่งผลทำให้ต้องตั้งราคาขายที่สูง ซึ่งจะกระทบโดยตรงกับผู้บริโภค อาจจะไม่ใช่สูตรสำเร็จอีกต่อไป เพราะธุรกิจจะดำเนินอยู่ได้ต้องคำนึงถึง และให้ความสำคัญกับผู้บริโภคเป็นลำดับแรกๆ

อีกทั้งการที่ Starbucks ทำการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความรั่วไหลในการบริหารงาน ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง เกิดช่องทางการทุจริตคอรัปชั่นในองค์กร ส่งผลทำให้เกิดความตกต่ำของผลประกอบการ ซึ่งล่าสุดได้ประกาศปิดสาขากว่า 600 แห่งทั่วโลก และเมื่อไม่นานมานี้ Starbucks ก็ตกเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อการล้มละลายในการเปิดเผยข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ของอเมริกา จากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่กระจายไปทั่วโลกในครั้งนี้ Starbucks ต้องกลับมาทบทวนและปรับกลยุทธ์ที่ตัวเองได้ทำพลาดในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้มีการส่งสัญญาณเตือนมาสักระยะหนึ่งแล้ว การกลับมามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับจุดขายเรื่องกาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาคุณภาพและเสน่ห์ของกาแฟ Starbucks ไว้ จะเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ Starbucks สามารถดำรงธุรกิจอยู่ได้ ดังที่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆท่านให้ข้อแนะนำไปในทางเดียวกันไว้ ได้หรือไม่คงต้องให้เวลาเป็นผู้พิสูจน์ แต่ก่อนที่จะไปถึงวันนั้น ทางกลุ่มได้ร่วมทำการวิเคราะห์เกี่ยวกับการทำธุรกิจของ Starbucks ดังนี้

How is Starbucks doing?
ช่วงทศวรรษที่ 70 หรือเริ่มต้นปี พ.ศ. 2514: ร้าน Starbucks แห่งแรกได้ถือกำเนิดขึ้น โดยตั้งชื่อร้านจากตัวละครในเรื่อง Moby Dick นวนิยายคลาสสิกสมัยศตวรรษที่ 19 ช่วงทศวรรษที่ 80 หรือเริ่มต้นปี พ.ศ. 2524: มร. โฮวาร์ด ชูลท์ส ร่วมงานกับ Starbucks ในปี พ.ศ. 2525 หรือค.ศ. 1982 ในระหว่างที่เขาเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ประเทศอิตาลี เขารู้สึกประทับใจกับร้านเอสเพรสโซ่ที่มีชื่อเสียงในเมืองมิลานที่เขาแวะไปเยี่ยมชม เป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากที่จะสร้างร้านแบบนี้ในเมืองซีแอตเติล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา: ปัจจุบัน Starbucks มีร้านกาแฟกว่า 6,000 แห่งใน 30 ประเทศทั่วโลก แนวความคิด: Starbucks เริ่มธุรกิจจากบริษัทเล็กๆ ที่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่จะทำธุรกิจให้เจริญเติบโตเป็นที่รู้จักในระดับสากล 1) เริ่มด้วย concept ที่ดีในการทำธุรกิจ ที่ต้องการเป็นศูนย์กลางของสังคมที่ไม่ใช่แค่เพียงการเข้ามาซื้อกาแฟดื่ม 2) คิดการณ์ใหญ่ เชื่อว่าความสำเร็จไม่ได้มาชั่วข้ามคืน ต้องมีความพรากเพียร, อดทน ละการบริหารงานที่ชาญฉลาด 3) การคิดนอกกรอบ ในการเลือกสถานที่ตั้งร้าน Starbucks ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งที่สำคัญ 4) มีหุ้นส่วนที่เก่ง เช่น ในปี 1993 เป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับ Barnes & Noble, 1995 Canadian bookstore Chapter Inc. 5) สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น การตกแต่งและการสร้างบรรยากาศในร้าน เป็นต้น...
tracking img